พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ แห่งสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
วันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ อันเป็นมหามงคลสมัยยิ่งของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สถาปนา พระเทพวชิรากร ขึ้นเป็นพระราชาคณะชั้นธรรม มีนามว่า พระธรรมวชิรพุทธาคม พร้อมราชทินนามอันประกอบด้วยเกียรติคุณและคุณูปการแห่งสมณศักดิ์ว่า
“อุดมธรรมปรีชาญาณ ไพศาลศาสนกิจโกศล สุวิมลภาวนานุสิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี”
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติในคุณความดี ความรู้ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะในการศึกษา ปฏิบัติ และเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนการบำเพ็ญประโยชน์ต่อคณะสงฆ์และสังคมส่วนรวมมาโดยต่อเนื่องยาวนาน เป็นที่ประจักษ์แก่พุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป
พระธรรมวชิรพุทธาคม นับเป็นพระเถระผู้ทรงคุณวุฒิทั้งด้านปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ มีความแตกฉานในพระธรรมวินัย พร้อมทั้งเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม เอื้อเฟื้อเกื้อกูลต่อศิษยานุศิษย์และพุทธบริษัททั้งหลาย อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมกิจการพระศาสนา ทั้งด้านการศึกษา การเผยแผ่ และการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาและการเรียนรู้ของชุมชน
ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์ ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล พระอารามหลวง จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญของภาคใต้ อันมีบทบาทในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ การได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ในครั้งนี้ นับเป็นสิริมงคลยิ่ง ทั้งแก่พระเถระผู้ได้รับพระราชทาน และแก่คณะสงฆ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในจังหวัดกระบี่และทั่วประเทศ
พระบรมราชโองการในครั้งนี้ สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ไทย อันเป็นหลักชัยสำคัญของชาติสืบไป.

